บริการส่งของเอกชน รูปแบบการที่ได้รับความนิยม

ส่งของ

ว่าด้วยเรื่องระบบการขนส่งบ้านเรา สมัยก่อน สิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้คือ มีความล่าช้าและปัญหามากมาย จนทำให้ใครหลายคนต้องคิดหน้าคิดหลังก่อนที่จะตัดสินใจส่งอะไร  แต่ในปัจจุบันนี้ หลายคนลืมเรื่องเหล่านั้นไปแล้ว เพราะเรามีทางเลือกใหม่ เพิ่มมากขึ้น การขนส่งหรือว่าการส่งของ ในยุคปัจจุบันมีรูปแบบที่พัฒนาไปจนกระทั่งความสะดวกและความรวดเร็วเข้ามาเป็นจุดขายในระบบบริการขนส่งของเอกชน ในวันนี้เราจึงไม่ปฏิเสธเลยว่ารูปแบบการขนส่งที่อำนวยความสะดวกให้เรา ได้เป็นอย่างดี 

สิ่งที่ทำให้ การส่งของเป็นรูปแบบการบริการจากเอกชนที่ได้รับความนิยม คือ เรื่องงความยืดหยุ่นสะดวกรวดเร็วและคุ้มค่า และแน่นอนว่าการพัฒนารูปแบบการบริการของบริษัทขนส่งต่างๆเหล่านี้ย่อมมีการนำเทคโนโลยีในรูปแบบต่างๆมาใช้เพื่อพัฒนาให้คุณภาพการบริการและประสิทธิภาพในการจัดการดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการหลากหลายบริษัทขนส่งแต่ละแห่งก็จะมีรูปแบบการบริการและประเภทรถให้เลือกใช้บริการแตกต่างกันออกไปดังนั้นวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักรูปแบบการขนส่งของบริษัทขนส่งเอกชนเพื่อที่เราจะได้เลือกใช้บริการได้ถูกต้องตรงตามความต้องการและคุ้มค่ามากที่สุด 

การคิดราคาของการบริการแบบต่างๆ

คิดราคาต่อชิ้น

บริการในรูปแบบนี้บริษัทขนส่งเอกชนส่วนมากมักจะคิดค่าบริการโดยอิงตามขนาดและน้ำหนักของสินค้าซึ่งค่อนข้างที่จะเหมาะสำหรับการส่งสินค้าขนาดเล็กน้ำหนักเบาและไม่เร่งรีบใช้เวลาในการขนส่งประมาณ 1 ถึง 5 วันทำการและยังมีข้อจำกัดในเรื่องขนาดกล่องพัสดุที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานของผู้ให้บริการขนส่งเอกชนประเภทนี้ 

คิดค่าใช้จ่ายตามระยะทาง

เป็นรูปแบบริการที่นิยมมากในบริการส่งของในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลสามารถส่งของได้อย่างสะดวกและรวดเร็วซึ่งผู้ใช้งานสามารถเรียกรถให้เข้าไปรับพัสดุและส่งของได้ในทันทีภายในไม่กี่ชั่วโมงการคิดค่าบริการส่วนใหญ่คิดตามระยะทางการใช้งานจริงและประเภทรถที่ให้บริการมีตั้งแต่มอเตอร์ไซค์รถเก๋งรถปิคอัพและรถกระบะตู้ทึบจนถึงรถขนส่งขนาดใหญ่ประเภทรถ 6 ล้อและบริการส่งของในลักษณะนี้จะเป็นการส่งแบบเหมาคันรถจึงไม่จำกัดปริมาณชิ้นหรือขนาดรวมไปถึงจำนวนของกล่องพัสดุ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับ ผู้ใช้บริการ 

เหมาจ่าย

สำหรับของจำนวนมากใช้ไปต่างจังหวัด มีจุดรับส่งของหลายจุด หรือต้องการความรวดเร็วจะคิดราคาแบบเหมาจ่ายรวมค่าน้ำมันค่าคนขับและบริการอื่นๆ เช่น  ค่าผู้ช่วยยกของค่าทางด่วน หรือค่าที่จอดรถรถที่ให้บริการจะเป็นรถขนาดกลางไปจนถึงลดขนาดใหญ่ เช่น รถปิคอัพ รถกระบะตู้ทึบ หรือ รถ 6 ล้อ เป็นต้น

Related Post

บริษัทกำจัดปลวกราคา

บริษัทกำจัดปลวกราคาถูกหรือแพงดี ควรเลือกอย่างไรบริษัทกำจัดปลวกราคาถูกหรือแพงดี ควรเลือกอย่างไร

การเลือกใช้บริการดูแลบ้านจากบริษัทต่างๆ เป็นเรื่องที่หลายคนรู้จักกันดี เพราะในบางครั้งเราเองก็ไม่มีเวลาที่จะทำหรือไม่สามารถทำได้เอง หลายคนจึงเลือกใช้บริการจากบริษัทต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณได้รับความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิตมากยิ่งขึ้น อย่างเช่น บริการทำความสะอาด บริการซักเสื้อผ้า รวมถึงบริษัทกำจัดปลวกราคา เป็นต้น ซึ่งทุกคนคงมีหลักในการพิจารณาอยู่แล้วว่าจะเลือกบริษัทอย่างไรดี และหลักการหนึ่งในนั้นก็คือ เรื่องของราคา บางคนก็เลือกที่ราคาถูก บางคนเลือกที่ราคาแพง ในความจริงแล้วควรเลือกแบบไหนดีเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของคุณได้มากที่สุด             ถ้าคุณอยากใช้บริการบริษัทกำจัดปลวก คุณคงคิดว่าการเลือกบริษัทกำจัดปลวกราคาถูกก็อาจทำให้ได้รับการบริการที่คุณภาพด้อยลง ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ หรือบางคนอาจเลือกราคาแพง เพราะคิดว่าคุณจะได้รับบริการที่ดีเยี่ยม มันอาจเป็นหลักคิดของคนส่วนใหญ่ แต่ความจริงแล้ว คุณควรดูที่ราคาทั่วไปที่บริษัทรับกำจัดปลวกใช้กันดีกว่า โดยคุณอาจจะเปรียบเทียบราคาในแต่ละร้าน และสอบถามเรื่องอุปกรณ์ที่ใช้ สารเคมี วิธีการต่างๆอย่างละเอียดและลองเทียบกันดูว่ามีข้อเหมือนหรือแตกต่างอย่างไรบ้าง เพื่อให้คุณทราบในเบื้องต้นว่าบริษัทกำจัดปลวกที่คิดราคาต่างกัน

ออกแบบระบบ automation จากบริษัท pico

Disruptive Technology กับการพัฒนาระบบงานในภาคอุตสาหกรรมDisruptive Technology กับการพัฒนาระบบงานในภาคอุตสาหกรรม

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปัจจุบันนี้การแข่งขันทางเทคโนโลยีสูงมาก การพัฒนาเทคโนโลยีส่งผลไปอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม การนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ เครื่องจักรอัตโนมัติ หรือการออกแบบระบบ automation มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัว เพราะหากไม่ปรับตัวอาจทำให้ภาคการผลิตเสียหายหรือล้มลงจากการแข่งขันได้ แต่ใช่ว่างานของมนุษย์จะหายไปในตลาดแรงงาน เพราะการออกแบบระบบ automation ยังคงเป็นความสามารถของมนุษย์ซึ่งต่างกันออกไป Disruptive Technology คือ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่สร้างตลาดและมูลค่าให้กับตัวผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยี และส่งผลกระทบอย่างรุนแรง เกิดดิสรัปชั่นต่อตลาดของผลิตภัณฑ์เดิม รวมทั้งอาจจะทำให้ธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีแบบเดิม ๆ ล้มหายตายจากไป ซึ่งต่างจากนวัตกรรมทั่วไปที่อาจจะเพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มคุณภาพของสินค้า หรือลดต้นทุนกระบวนการผลิตแบบเดิมๆ เทคโนโลยีใหม่เหล่านี้ อาจจะไม่ใช่นวัตกรรมใหม่ล่าสุด อาจจะเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว แต่มีการเปลี่ยนแปลงในองค์ประกอบบางอย่าง เช่น

บริษัทจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า

เครื่องหมายมอก.มีความสำคัญกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไร?เครื่องหมายมอก.มีความสำคัญกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไร?

ในชีวิตประจำวันของเรามักจะมีกิจวัตรประจำวันต่างๆที่ต้องเกี่ยวข้องกับเครื่องใช้ไฟฟ้า แล้วเราจะสามารถรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นปลอดภัยหรือไม่ แน่นอนว่าการมีสัญลักษณ์บางอย่างหรือองค์กรบางองค์กรรับรองคุณภาพเป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อความมั่นใจในสินค้าหรืออุปกรณ์นั้นๆ และในประเทศไทยเครื่องหมายที่เป็นตัวบ่งบอกว่าสินค้าชิ้นนั้นได้มาตรฐานก็คือสัญลักษณ์ของ มอก. ซึ่งบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าในไทยที่ได้รับการรับรองแล้วว่าได้มาตรฐานก็จะมีสัญลักษณ์ของมอก.อยู่บนผลิตภัณฑ์ที่ทำการผลิตออกมาจำหน่ายด้วยเช่นกัน มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(Thai Industrial Standard) หรือ มอก.คือข้อกำหนดที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.)ได้มีการกำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางให้แก่ผู้ผลิตในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้งานมากที่สุด สินค้าที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกำหนดเป็นมาตรฐานในปัจจุบันมีอยู่กว่า 2,000 เรื่อง ซึ่งข้อกำหนดเหล่านั้นครอบคลุมสินค้าที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันหลายประเภท สินค้าที่มีมอก.รับรองนั้นมีประโยชน์และความสำคัญต่อผู้ซื้อสินค้าในหลายๆด้าน เช่น ช่วยให้มีความมั่นใจในการเลือกซื้อสินค้า มีความปลอดภัยในการนำสินค้าไปใช้งาน หากสินค้าเกิดชำรุดหรือเสียหายก็สามารถหาอะไหล่ที่มีมาตรฐานแบบเดียวกันทดแทนได้ง่าย สินค้าที่ได้มีคุณภาพคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป ซึ่งบนเครื่องหมายมอก.จะมีตัวเลขมอก.ระบุอยู่ด้วย ซึ่งตัวเลขเหล่านี้จะตัวบ่งบอกถึงลำดับของการออกมาตรฐานและปีที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.)ประกาศมาตรฐาน เครื่องหมายมอก.มีหลายรูปแบบเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานและมาตรฐานในแต่ละด้านที่แตกต่างกัน สำหรับ บริษัทจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า แล้วเครื่องหมายมอก.ที่ใช้จะเป็นรูปแบบของเครื่องหมายมาตรฐานทั่วไป โดยเครื่องหมายนี้เป็นการแสดถึงการรับรองคุณภาพของสินค้า ซึ่งบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าสามารถยื่นขอการรับรองคุณภาพโดยสมัครใจ(มาตรฐานทั่วไป) เพื่อใช้เป็นหลักประกันให้กับผู้ซื้อสามารถมั่นใจได้ว่าสินค้านั้นมีมาตรฐาน